วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ของให้เพื่อนของเต้ทุกคนจงมีแต่ความสุขตลอดปี2011นะครับ





ส. สวัสดี ปีใหม่ ในปีเถาะ



สวัสดี ปีใหม่ จากใจจริง
ให้ชื่นสุข ในทุกสิ่ง ที่สร้างสรรค์
มีความรัก สามัคคี ดีต่อกัน
มีน้ำใจ แบ่งปัน ทุกวันไป



สวัสดี ปีใหม่ จากใจฉัน
อวยพรว่า อย่าห่างกัน แม้อยู่ไหน
จะมีสุข หรือทุกข์เข็ญ จงเย็นใจ
ยังมีฉัน เป็นเพื่อนใจ ไม่ลืมเธอ



ขอพระศรี รัตนะ มาคุ้มครอง
ขอเทพไท้ ในทั้งผอง ป้องปัดเป่า
ขอให้ปี ใหม่นี้ เป็นปีเรา
คลายทุกโศก โรคฤาเศร้า อย่ารังควาญ








วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สารพัดแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์


หากใครได้ประสบปัญหา วันใดBoot เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วเครื่องค้างอยู่เฉย ๆ ไม่ยอม Boot เข้า Windows สักที ตรงหน้าจอจะปรากฏข้อความ Verifying DMI Pool Data คงจะไม่ดีแน่นอน ถ้าเราไม่รู้ว่ามันต้องแก้ไขอย่างไร หนทางสุดท้ายที่ผมคิด ถ้าแก้ไขด้วยทางอื่นไม่ได้ คงต้องลง Windows ใหม่ แต่การลง Windows ใหม่ !!! โอ้ว พระเจ้า ต้องลงโปรแกรมใหม่หมด ลง Windows ก็นาน ต้องมานั่ง Update Patch Windows อีก ไหน ๆ จะต้องลงโปรแกรมใหญ่ ๆ ใหม่หมด อย่าง Office 2007, Thai Software Dictionary ลงแบบเก็บไฟล์เสียงภาษาไทย ทั้งอังกฤษในเครื่อง, Adobe Photoshp CS 2 และปานกลางหน่อย อย่าง AVG Anti-Virus 7.5, IE 7, WMP 11, WLM Desktop, ACDSee 8 Pro และเล็กเล่น ๆ อย่าง WinRAR, SnagIT 8 ฯลฯ ( ตัดย่อ ๆ มาแค่บางส่วน เดี๋ยวคนอ่านเบื่อ) โอ๊ย เยอะแยะมากมาย นึกแล้วขี้เกียจ ขึ้นได้ครับ ใจอยากจะทำสถิติใช้งาน Windows ให้ถึง 5 ปี โดยไม่ลงใหม่ เกริ่นมาซะมากเลย มาดูวิธีแก้ไขกันดีกว่าครับ

โดยปกติถ้าเครื่องค้างอยู่แบบนี้ แสดงว่ามีปัญหากับ Boot Sector
Boot Sector คือ Sector แรกของ Hard Disk จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ
1. ตาราง Partition หรือที่เรียกว่า Master Boot Record
2. ส่วนที่เป็น Boot Sector จริง ๆ ที่มี Code เริ่มการทำงานของ Windows บรรจุอยู่

วิธีแก้ไข
1. Boot เครื่องจากแผ่น Install Windows XP แล้วเข้าสู่ Recovery Console โดยการ กดปุ่ม "R" ในหน้า Welcome to Setup
2. เลือก Partition ที่ลง Windows โดยการ กดปุ่มตัวเลข เท่านั้น แล้วตามด้วย Enter ( ตรวจสอบ Num Lock และอย่าเผลอกด Enter ลงไปก่อน กดปุ่มตัวเลข เลือก Partition เพราะมันจะ Restart เครื่องทันที )
3. ใส่ รหัสผ่านของ Administrator เครื่อง แล้วตามด้วย Enter ( ส่วนใหญ่ ตอนทุกคน ลง Windows ถ้าเป็น Home User มักไม่ใส่กันอยู่แล้วครับ ให้ Enter ผ่านไปได้เลย )
4. พิมพ์ fixmbr แล้วตอบตกลง โดยการกด y ตามด้วย Enter ( ทำเพื่อซ่อมแซม Master Boot Record )
5. พิมพ์ fixboot c: แล้วตอบตกลง โดยการกด y ตามด้วย Enter เช่นเดียวกันครับ ( ทำเพื่อแก้ไข Boot Sector จริง ๆ โดย C คือ Partition ที่ลง Windows อยู่ )
6. พิมพ์ exit ตามด้วย Enter เพื่อ Restart เครื่องใหม่ เป็นอันเรียบร้อย Boot เข้า Windows ได้แล้วครับ


/////////////////////////////////////


***ท่านใดที่เข้ามาแล้วไม่เจอหน้าจอนี้แต่ดันไปโผล่หน้าต่างให้เลือก partition เลย แสดงว่ามีการตัดต่อพันธุกรรมของแผ่นครับ จึงจำเป็นต้องหาแผ่นใหม่ที่ใช้ recovery console ได้มาแทน***
ที่หน้าจอนี้จะมี 3 ตัวเลือก คือ
- กด ENTER เพื่อทำการติดตั้ง/repair windows
- กด R เพื่อเข้า Recovery Console (นี่คือสิ่งที่เราต้องทำครับ)
- กด Esc เพื่อออกจากระบบติดตั้ง
สิ่งที่เราต้องทำคือกด R เพื่อเข้า Recovery Console ครับ เมื่อกดแล้วก็ปล่อยไปเลยนะครับไม่ต้องกดอะไรเลย
โปรแกรมจะแสดง Windows ที่มีอยู่ในเครื่องเราครับถ้าท่านใดลงไว้หลายตัวก็จะมีตัวเลือกเยอะตาม
จากรูปผมมี Windows เดียว อยู่ที่ drive C:
ให้ใส่เลข 1 แล้วกด ENTER (ใครที่มี Windows หลายตัวและตัวที่มีปัญหาไม่ได้อยู่ที่ C ก็เลือกหมายเลขอื่นตามที่มันแสดงครับ)
ที่ Typ the Administrator password นั้น ถ้าคุณมี User administrator อยู่ในเครื่องด้วยให้ใส่ของ administrator นะครับ ซึ่งโดยปรกติจะไม่มี password ครับ กด Enter ได้เลย
*** Administrator จะถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับตอนติดตั้ง Windows และจะถูกซ่อนไว้เมื่อคุณตั้ง User ใหม่ตอน Log-On ครั้งแรก***
***ถ้าคุณ Log-On เป็นชื่อ(ไม่ใช่สถานะ) administrator อยู่แล้วให้ใส่ตัวนั้นเลยครับ***
***ในกรณีที่กด Enter แล้วยังการถามหา password ก็คงต้องคิดให้ออกแล้วล่ะว่าตอนติดตั้ง Windows นั้นใส่ pass อะไรไว้ ถ้าคิดไม่ออกจริงๆก็คงต้องใช้โปรแกรมมา reset password ออกก่อนล่ะครับ>> http://anonym.to?http://sofa3.jconserv.net/viewtopic.php?t=264 ***
เมื่อเข้ามาแล้ว คุณจะมาหยุดที่ C:\WINDOWS>
ให้คุณพิมพ์ map แล้ว Enter จากนั้นโปรแกรมจะแสดง drive ทั้งหมดออกมา สิ่งที่คุณต้องหาคือ drive CD ว่าเป็น drive ไหน
ให้คุณพิมพ์ expand hal.dl_ c:\windows\system32\
แล้ว Enter เพียงเท่านี้ไฟล์ hal.dll ก็จะถูกเขียนลงไปใน HDD แล้วครับ
ถ้าไฟล์นั้นยังอยู่ในเครื่องก็จะมีการถามคุณก่อนว่าจะเขียนทับหรือเปล่า ให้กด Y เพื่อยืนยันครับ
มาทำความเข้าใจกันก่อนเล็กน้อยครับ
expand : เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแตกไฟล์ครับ
hal.dl_ : คือไฟล์ต้นฉบับที่เราต้องการ ซึ่งไฟล์ต่างๆนั้นจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบ .xx_ ทั้งหมดครับ นั่นหมายความว่าถ้าไฟล์อื่นๆหาย เช่น pci.sys
สั่ง expand คุณจะต้องใช้เป็น expand pci.sy_ ซึ่งนามสกุลของไฟล์ นั้นหลังจุดจะมีแค่ 2ตัวที่เป็นอักษร ตัวหลังสุดจะใช้ _ แทนตัวสุดท้าเสมอ
c:\windows\system32\ : นี่คือตำแหน่งของไฟล์ที่เสียหาย และเราจะเอาไฟล์ใหม่ไปวางแทนครับ (บอกแล้วว่าต้องจดมา)

////////////////////////////


ขั้นแรกนั้นให้คุณจด path ของไฟล์นั้นๆไว้ครับ
จากตัวอย่าง ผมได้ทำการลบไฟล์ชื่อ hal.dll ออกไป ซึ่งไฟล์นี้จะเก็บค่า Hardware ในเครื่อง
จากลูกศรชี้ตำแหน่งคือ
\system32\hal.dll
ซึ่งตามจริงก็คือ
C:\windows\system32\hal.dll
หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ มีค่าเท่ากับ C:\windows นั่นเองครับ
จากตัวอย่างเมื่อได้ตำแหน่งไฟล์คือ
C:\windows\system32\hal.dll แล้ว
-ให้ใส่แผ่น ติดตั้ง Windows เข้าไปใน drive ทำการ restart เครื่อง เข้า bios แล้วตั้งbootจาก CD เป็นอันดับแรก save แล้วออกมา
เมื่อระบบเริ่มbootจากแผ่นที่หน้าจอนี้ให้กดปุ่มไหนก็ได้เพื่อทำการboot หลังจากนั้นรอสักครู่เพื่อให้ระบบทำการคัดลอกไฟล์


หลังจากนั้นคุณจะมาหยุดที่หน้าจอ Welcome Screen นี้

//////////////////////////////


ที่หน้าต่างนี้ให้เลือก ทำเครื่องหมายที่ Diagostic Startup – load basic devices and services only
เสร็จแล้วก็ Apply->OK->Reatart

ถ้าไม่มี hard error คุณจะเข้า Windows ได้ และให้ทำการ Uninstall โปรแกรม/driver ออกครับ เมื่อถอนออกไปแล้วให้ไปที่ start->run->msconfig แล้วให้ทำเครื่องหมายกลับเข้าไปที่ Normal Startup หรือตัวก่อนหน้านี้ เป็นอันเสร็จ
ป.ล.ในกรณีที่ลงไปแล้วแล้ว Windows ฟ้องว่าไฟล์ระบบ Windows มีปัญหาให้ไปอ่านที่ “ไฟล์ระบบหาย [hal.dll,pci.sys,etc]”

2.ลืม Password
ปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่สุดแสนจะ classic ที่ถือกำเนิดมาพร้อมๆกับ Windows ก็ว่าได้
ทางแก้ที่ง่ายที่สุดในกรณีที่เครื่องคุณมี Account เป็นของคุณเอง หมายความว่า เวลา log-on คุณไม่ได้ชื่อว่า Administrator แต่สร้างขึ้นมาใหม่ตอนเข้า Windows ครั้งแรก
ที่หน้าจอ Log-On ให้กด ALT+CTRL+DEL สองครั้ง หน้าจอแบบ Classic ก็จะโผล่มา
ให้ใส่ที่ช่อง
User name: administrator
Password: [ปล่อยว่าง]
** Windows XP Home ต้องเข้า safe mode นะครับถึงจะเจอ user administrator**
โดยมากจะเข้าไปได้เพราะ User นี้สร้างขึ้นมาพร้อมๆกับการติดตั้ง Windows และจะถูกซ่อนไว้หลังจากที่มีการสร้าง User เมื่อเข้า Windows ครั้งแรกนั่นเอง
ซึ่งคุณสามารถลบ password ทุกๆ user ได้ภายใน User Account ใน Control Panel .
สำหรับท่านใดที่เข้าไม่ได้เนื่องจากตอนติดตั้งลืมไปแล้วว่าได้ใส่ Password อะไรไว้ หรือ ลบ user นี้ไปแล้ว และมีชื่อตัวเองเท่านั้นที่เป็น admin นอกนั้นเป็น Limitสามารถแก้ไขได้โดยไปตามนี้ครับ

3.ไฟล์ระบบหาย [hal.dll,pci.sys,etc]

/////////////////////////////////


ถ้าทุกคนจะโชคดีเหมือนกัน แต่สำหรับท่านที่ปิดการทำงานของ system restore ให้ไปที่ Start->run->appwiz.cpl Add-remove โปรแกรมก็จะขึ้นมา ให้เลือกโปรแกรม/driver เจ้าปัญหาแล้ว uninstall ออกได้เลยครับ
เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง...คุณไม่สามารถuninstall มันออกไปได้ เนื่องมาจากไฟล์ที่ต้องการใช้ไม่ได้ถูกโหลดขึ้นมา หรือ มีการร้องขอ windows installer ในการuninstall
ให้ไปที่ start->run->msconfig


///////////////////////////////


เมื่ออยู่ดีๆ Windows กลับเข้าไม่ได้ซะงั้น ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์หาย ลง driver แล้วbootไม่ได้ แม้แต่กรณีที่ไม่น่าเกิด “ลืม Password” .
กรณีศึกษาต่อไปนี้ ภาพทุกภาพนั้นเป็นการ capture จากเหตุการณ์จริงและสามารถนำไปใช้ได้จริง ขอให้ผู้ที่สนใจกรุณาอ่านระมัดระวัง อย่างที่สุด เพราะหากท่านทำอะไรที่ต่างออกไประบบของท่านรวมถึงข้อมูลอาจมีการสูญหายได้ครับ
กรณีศึกษา :
1.ลง Software/Driver แล้วมีปัญหา
2.ลืม Password
3.ไฟล์ระบบหาย [hal.dll,pci.sys,etc]
4.ไฟล์หลักที่ใช้bootหาย [ntldr , ntdetect.com]

สิ่งที่ต้องใช้คือ:
แผ่นติดตั้ง Windows ที่สามารถbootได้,CD/DVD-Rom,กระดาษ,ปากกา
ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า กรุณาอ่านอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทำอะไรขอให้ทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่างๆให้ดีๆนะครับ....ถ้าพร้อมแล้วก็ Go!
1.ลง Software/Driver แล้วมีปัญหา
ปัญหานี้โดยพื้นฐานทั่วไปเพียงแค่ Uninstall โปรแกรมเหล่านั้นออกก็สามารถช่วยได้ แต่ในกรณีที่ลงไปแล้แล้วไม่สามารถเข้า Windows ได้นั้นต้องเข้า safemode เพื่อ Uninstall ออกครับ
1.เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาให้กด F5 ซ้ำๆ แล้ว menu นี้ก็จะแสดงขึ้นมา

ที่ หมายเลข 1: เลือกหัวข้อนี้เพื่อเข้า safemode ครับ
ที่ หมายเลข 2: ให้คุณเลือกหัวข้อนี้ก่อนเพื่อแก้ปัญหา ถ้าเลือกแล้วยังไม่หาย ค่อยกลับเข้ามาเลือกหมายเลข1 แทนครับ
ถ้าเลือก 2 แล้วหาย ก็ไม่ต้องอ่านต่อนะครับ ถ้าไม่หาย หลังจากเลือก safe mode แล้วก็ไปกันต่อเลย

2.ถ้าเครื่องของคุณไม่ได้ปิดการทำงานของ System Restore คุณจะเจอหน้าต่างนี้โผล่มาโดยอัตโนมัติ
คลิก Next แล้วเลือกจุดก่อน ติดตั้งโปรแกรม/driver แล้วสั่ง restore ได้เลยครับ

/////////////////////////////////



วิธีลบ user account ในระดับ admin

เช้านี้เริ่มงานด้วยความวุ่นเล็กน้อยถึงปานกลาง วิ่งรับโทรศัพท์แทบไม่ทันเลยค่ะ เหอ ๆ และแล้วก็มีพี่คนนึง โทรศัพท์มาถามเกี่ยวกับการลบ user account ในระดับของ admin ซึ่งสร้างไว้หลาย user แต่ต้องการจะให้เหลือแค่ admin ของระบบ windows ที่สร้างไว้ให้เราตั้งแต่แรก จะทำยังไงดี? ซึ่งจะไม่สามารถลบทิ้งด้วยวิธีปกติได้ (start >> control panel >> user account) ก็อึ้งไปพักนึง แล้วก็ลองไปลองมา ไปถามพี่กู (เกิล) มาด้วย อิอิ ก็ได้ความว่า เราสามารถแก้ไขใน Command Prompt ได้ โดย




  • ก่อนอื่นให้ Logout ออกก่อน


  • พอมาอยู่ตรงหน้า Login ให้กด ctrl+alt+del พร้อมกัน 2ครั้ง จะปรากฏกล่องโต้ตอบให้ Login โดยพิมพ์ชื่อ Administrator ลงไป


  • จากนั้นไปที่ Start >> All Programs >> Accessories >> Command Prompt หรือ Start >> Run... >> แล้วพิมพ์ cmd


  • จากนั้นให้พิมพ์ตามนี้
    net user ชื่อuserของเราที่ต้องการลบ /delete


  • ตัวอย่างเช่น net user test /delete (ตัวอักษรเล็ก-ใหญ่ต้องเหมือนกันด้วย)


  • รอจนขึ้นข้อความประมาณว่า The command completed successfully แล้วลอง restart เครื่องค่ะ


  • เมื่อเข้าระบบปฏิบัติการลองไปดูตรง user account ชื่อ user ที่เราต้องการลบก็จะหายไป

ที่มา: http://www.icafezone.net/forums/user-account-command-t9716/index.html?s=28dc2cb7a230d187f147ad9a33aaaf8f&

วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชนิดของคอมพิวเตอร์


ชนิดของคอมพิวเตอร์

aaaaaพัฒนาการทางคอมพิวเตอร์ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากอดีตเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลอดสุญญากาศขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และอายุการใช้งานต่ำ เปลี่ยนมาใช้ทรานซิสเตอร์ที่ทำจากชิ้นซิลิกอนเล็กๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ และผลิตได้จำนวนมาก ราคาถูก ต่อมาสามารถสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนหลายแสนตัว บรรจุบนชิ้นซิลิกอนเล็ก ๆ เป็นวงจรรวมที่เรียกว่า ไมโครชิป (microchip) และใช้ไมโครชิปเป็นชิ้นส่วนหลักที่ประกอบอยู่ในคอมพิวเตอร์ ทำให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลง



รูปที่ 1 ภาพเปรียบเทียบระหว่างหลอดสุญญากาศ ทรานซิสเตอร์ และวงจรรวม


aaaaaไมโครชิปที่มีขนาดเล็กนี้สามารถทำงานได้หลายหน้าที่ เช่น ทำหน้าที่ช่วยหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล ทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมอุปกรณ์รับเข้าและส่งออก หรือทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลกลาง ที่เรียกว่า ไมโครโพรเซสเซอร์ ไมโครโพรเซสเซอร์ หมายถึงหน่วยงานหลักในการคิดคำนวณ การบวก ลบ คูณ หาร การเปรียบเทียบ การดำเนินการทางตรรกะ ตลอดจนการสั่งการเคลื่อนย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หน่วยประมวลผลกลางเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีพียู(Central Processing Unit :CPU)



รูปที่ 2 วงจรอิเล็กทรอนิกส์และไมโครโพรเซสเซอร์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์


aaaaaการพัฒนาไมโครชิบที่ทำหน้าที่เป็นไมโครโพรเซสเซอร์มีการกระทำอย่างต่อเนื่องทำให้มีคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเกิดขึ้นเสมอ จึงเป็นการยากที่จะจำแนกชนิดของคอมพิวเตอร์ออกมาอย่างชัดเจน เพราะเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอาจมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่


เราสามารถจำแนกชนิดของคอมพิวเตอร์ตามสภาพการทำงานของระบบเทคโนโลยีที่ประกอบอยู่และสภาพการใช้งานได้ดังนี้
aaaaa1)
ไมโครคอมพิวเตอร์ (micro computer)
aaaaa2)
สถานีงานวิศวกรรม (
engineering worksstation)
aaaaa3)
มินิคอมพิวเตอร์ (
mini computer)
aaaaa4)
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (
mainframe computer)
aaaaa5)
ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (super computer)


1. ไมโครคอมพิวเตอร์


aaaaaไมโครคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก บางคนเห็นว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนบุคคล หรือเรียกว่า พีซี (Personal computer: PC) สามารถใช้เป็นเครื่องต่อเชื่อมในเครือข่าย หรือใช้เป็นเครื่องปลายทาง (terminal) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์รับและแสดงผลสำหรับป้อนข้อมูลและดูผลลัพธ์ โดยดำเนินการการประมวลผลบนเครื่องอื่นบนเครือข่าย
aaaaa
อาจจะกล่าวได้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ใช้งานง่าย ทำงานในลักษณะส่วนบุคคลได้ สามารถแบ่งแยกไมโครคอมพิวเตอร์ตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้
aaaaa1)
คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (desktop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถูกออกแบบมาตั้งบนโต๊ะ มีการแยกชิ้นส่วนประกอบเป็น ซีพียู จอภาพ และแผงแป้นอักขระ



รูปที่ 3 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ


aaaaa2) แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (laptop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่วางใช้งาน บนตักได้ จอภาพที่ใช้เป็นแบบแบนราบชนิดจอภาพผลึกเหลว (Liquid Crystal Display : LCD ) น้ำหนักของเครื่องประมาณ 3-8 กิโลกรัม



รูปที่ 4 แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์


aaaaa3) โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (notebook computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดและความหนามากกว่า แล็ปท็อปน้ำหนักประมาณ1.5-3กิโลกรัมจอภาพที่ใช้เป็นแบบแบนราบมีทั้งแสดงผลแบบสีเดียว หรือแบบหลายสี โน้ตบุ๊คที่มีขายอยู่ทั่วไปมีประสิทธิภาพและความสามารถเท่ากับ แล็ปท็อป



รูปที่ 5 โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์


aaaaa4) ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์ (palmtop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานเฉพาะอย่าง เช่น เป็นพจนานุกรม เป็นสมุดจดบันทึกประจำวัน บันทึกการนัดหมายและการเก็บข้อมูลบางอย่างที่สามารถพกพาไปได้สะดวก



รูปที่ 6 ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์



2. สถานีงานวิศวกรรม


aaaaaผู้ใช้สถานีงานวิศวกรรมส่วนใหญ่เป็นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ สถาปนิกและนักออกแบบ สถานีงานวิศวกรรมมีจุดเด่นทางกราฟิก การสร้างรูปภาพ และการทำภาพเคลื่อนไหว การเชื่อมโยงสถานีงานวิศวกรรมรวมกันเป็นเครือข่าย ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้งานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
aaaaa
บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์หลายบริษัทได้พัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จสำหรับใช้กับสถานีงานวิศวกรรมขึ้น เช่น โปรแกรมการจัดทำต้นแบบหนังสือ การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์งานจำลองและคำนวณทางวิทยาศาสตร์ งานออกแบบทางด้านวิศวกรรมและการควบคุมเครื่องจักร
aaaaa
การซื้อสถานีงานวิศวกรรมต่างจากการซื้อเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถใช้โปรแกรมสำเร็จสำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ได้ และมีลักษณะการใช้งานเหมือนกัน ส่วน การซื้อสถานีงานวิศวกรรมนั้นยุ่งยากกว่า สถานีงานวิศวกรรมมีราคาแพงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์มาก การใช้งานก็ต้องการบุคคลากรที่มีการฝึกหัดมาอย่างดี หรือต้องใช้เวลาเรียนรู้
aaaaa
สถานีงานวิศวกรรมส่วนใหญ่ใช้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ประสิทธิภาพของซีพียูของระบบอยู่ในช่วง 50-100 ล้านคำสั่งต่อวินาที (Million Instruction Per Second : MIPS) อย่างไรก็ตามหลังจากที่ใช้ซีพียูแบบริสก์ (Reduced Instruction Set Computer : RISC) ก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถเชิงคำนวณของซีพียูสูงขึ้นได้อีก ทำให้สร้างสถานีงานวิศวกรรมให้มีขีดความสามารถเชิงคำนวณได้มากกว่า 100 ล้านคำสั่งต่อวินาที



รูปที่ 7. สถานีงานวิศวกรรม


3. มินิคอมพิวเตอร์


aaaaaมินิคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องที่สามารถใช้งานได้พร้อมกันหลาย ๆ คนจึงเป็นเครื่องปลายทางต่อได้ มินิคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงกว่าสถานีงานวิศวกรรม นำมาใช้สำหรับการประมวลผลในงานสารสนเทศขององค์การขนาดกลาง จนถึงองค์การขนาดใหญ่ที่มีการวางระบบเป็นเครือข่ายเพื่อใช้งานร่วมกัน เช่น งานบัญชีและการเงิน งานออกแบบทางวิศวกรรม งานควบคุมการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม
aaaaa
มินิคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การที่เรียกว่าเครื่องให้บริการ (server) มีหน้าที่ให้บริการช่วยในการคำนวณ และการสื่อสาร



รูปที่ 8 มินิคอมพิวเตอร์


4. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์


aaaaaเมนเฟรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการพัฒนาตั้งแต่เริ่มแรกเหตุที่เรียกว่า เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เพราะตัวเครื่องประกอบด้วยตู้ขนาดใหญ่ที่ภายในตู้มีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเมนเฟรมคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงมาก
aaaaa
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงมาก มักอยู่ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักขององค์การ และต้องอยู่ในห้องที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและมีการรักษาเป็นอย่างดี
aaaaa
บริษัทผู้ผลิตเมนเฟรมได้พัฒนาขีดความสามารถของเครื่องให้สูงขึ้น ข้อเด่นของการใช้เมนเฟรมอยู่ที่งานที่ต้องการให้มีระบบศูนย์กลาง และกระจายการใช้งานไปเป็นจำนวนมาก เช่น ระบบเอทีเอ็มซึ่งเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่จัดการโดยเครื่องเมนเฟรม อย่างไรก็ตามขนาดของเมนเฟรมและ มินิคอมพิวเตอร์ก็ยากที่จะจำแนกจากกันอย่างชัดเจน
aaaaa
ปัจจุบันเมนเฟรมได้รับความนิยมน้อยลง ทั้งนี้เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีประสิทธิภาพและความสามารถสูงขึ้น ราคาถูกลง ขณะเดียวกันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ดีขึ้นจนทำให้การใช้งานบนเครือข่ายกระทำได้เหมือนการใช้งานบนเมนเฟรม



รูปที่ 9 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์


5. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์


aaaaaซูเปอร์คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องมีการคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชั้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงานอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ซึ่งมีความเร็วสูง เช่น งานควบคุมขีปนาวุธ งานควบคุมทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ งานด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านเคมี เภสัชวิทยา และงานด้านวิศวกรรมการออกแบบ
aaaaaซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอมพิวเตอร์ชนิดอื่น การที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็ว เพราะมีการพัฒนาให้มีโครงสร้างการคำนวณพิเศษ เช่น การคำนวณแบบขนานที่เรียกว่า เอ็มพีพี (Massively Parallel Processing : MPP) ซึ่งเป็นการคำนวณที่กระทำกับข้อมูลหลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกัน



รูปที่ 10 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์


ขอขอบคุณข้อมูลจากเวบ http://www.thaigoodview.com

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

"ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์"

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยู่ในสำนักงานในบ้านนั้นเรียกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ มีแบบตั้งโต๊ะ(Desktop)
แบบพกพา(Notebook) และ พาล์มทอป(Palmtop)

ไมโครคอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบ ดังนี้

Central Processing Unit : CPU

หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) หรืที่นิยมเรียกย่อๆ ว่า ซีพียู (CPU) เป็นส่วนตีความ และประมวลผล ตามชุดของคำสั่งเครื่องจากซอฟแวร์ หน่วยประมวลผลเปรียบเสมือนเป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ในการทำหน้าที่ตัดสินใจ หรือคำนวณ จากคำสั่งที่ได้รับมา เช่น การเปรียบเทียบ การกระทำการทางคณิตศาสตร์ ฯลฯ โดยมีกระบวนการพื้นฐานคือ

  • อ่านชุดคำสั่ง (fetch)
  • ตีความชุดคำสั่ง (decode)
  • ประมวลผลชุดคำสั่ง (execute)
  • อ่านข้อมูลจากหน่วยความจำ (memory)
  • เขียนข้อมูล/ส่งผลการประมวลกลับ (write back)
CPU
CPU


Main Board หรือ Mother Board

เมนบอร์ด (mainboard) หรือ มาเธอร์บอร์ด (motherboard) เป็นแผงวงจรหลักของระบบคอมพิวเตอร์ จะเชื่อม ต่อหรือติดตั้งบน Mother Board นี้ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น CPU, Harddrive, VGA Card เป็นต้น
สำหรับเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยทั่วไปจะประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลาง, ไบออส และหน่วยความจำหลักพร้อมช่องให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆได้ทั้งอุปกรณ์เสริมภายในและอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อจากภายนอก
ในบางประเทศ โดยเฉพาะในโฆษณาขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นิยมใช้ศัพท์แสลงเรียกเมนบอร์ดว่า mobo (โมโบ) โดยเป็นคำย่อจาก motherboard
mainboard
Mainboard


Main Memory : RAM

เป็นหน่วยความจำหลักของระบบ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูล หรือ โปรแกรมชุดคำสั่งที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการ ประมวลผล Main Memory (RAM) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีด้วยกัน หลายประเภท ได้แก่
- SIMM RAM (40 pin และ 72 pin) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า FastPage และยังมี EDO RAM ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลให้เร็วขึ้น
- DIMM RAM หรือที่เรียกกันว่า SDRAM เป็นRAM แบบ 168 pin มีตั้งแต่รองรับ Bus 66,100,133 (PC 66, PC 100, PC 133) เป็น RAM ที่ใช้กัน อยู่ในปัจจุบัน
- RIMM RAM หรือที่รู้จักในชื่อ Direct RAM BUS หรือ RDRAM เป็น RAM ที่ใช้กับ Mother Board ที่ใช้ ChipSet Intel คือ 820i, 840i, 850i ใช้กับ Pentium III และ Pentium IV
- DDRSDRAM เป็น RAM ที่ขยายเพิ่มขีด ความสามารถให้กับ SDRAM เดิมให้ทำงานได้ที่ความเร็ว 2 เท่า ปัจจุบันมีจำนวนคือ PC 1600, PC 2100 5)
- VCRAM หรือ Virtual RAM เป็น RAM ที่ไม่ค่อยพบเห็นในบ้านเรา ผลิตโดย บริษัท NEC
ram
RAM


Moniter

จอภาพที่ใช้แสดงข้อมูลหรือโปรแกรม เป็นอุปกรณ์ OUTPUT อย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องมีสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันจอภาพให้หลายขนาด ได้แก่ 14 นิ้ว 15 นิ้ว 17 นิ้ว และ 19 นิ้ว และมีหลายแบบให้เลือก ทั้งจอภาพธรรมดา (CRT จอใหญ่เหมือนทีวี อ้วน) หรือจอภาพแบน แอลซีดี (LCD จอที่มีลักษณะแบนเรียบทั้งตัวเครื่อง)

Moniter

Moniter



Display Card : Vga Card , Pci Card

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงผลภาพออกทางจอภาพ
ซึ่งปัจจุบันจะ สนับสนุนการทำงานทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ และจะเน้นหนักไปที่การเล่นเกมเป็นหลัก บริษัทผู้ผลิตการ์ดแสดงผล ที่รู้จักกันดีได้แก่ Matrox, Ati, Nvidia, 3DLab และปัจจุบันการ์ดแสดงผลจะมีบทบาทมาก เนื่องจากมีการนำงานการคำนวณที่เกี่ยวกับการแสดงภาพมาคำนวณ ที่การ์ดแสดงผลแทนที่จะต้องคำนวณด้วย CPU จึงมีการเรียก Card ที่ทำงานในลักษณะนี้ว่า GPU (Graphic Processing Unit) ซึ่งจะพบใน Card ตระกูล GeForce ของบริษัท Nvidia ซึ่งปัจจุบัน Card Geforce 2 Ultra ถือเป็น Card ที่เร็วที่สุดในขณะนี้ และในการ์ดแสดงผลบางรุ่นยังมีช่องต่อ TV IN/OUT มาให้ด้วย และ ช่องต่อ Panel Moniter (LCD Moniter) ด้วย บางรุ่นสนับ สนุนการใช้ แว่นตา 3 มิติ เพื่ออรรถรสในการเล่นเกมส์
Pci Card
Pci Card



Rom Drive : Cd Rom , Dvd Rom


ปัจจุบัน
CDROM DRIVE เป็นอุปกรณ์ที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

ต้องมีเนื่องจากปัจจุบัน Software มีขนาดใหญ่มากไม่สามารถบรรจุ ลงบนแผ่น Floppy Disk ได้อีกต่อไป เทคโนลียีของ CDROM มี อยู่ 2 แบบ คือ
- การหมุนด้วยความ เร็วคงที่
- การหมุนด้วยความเร็ว ไม่คงที่
ซึ่งแบบแรกจะทำให้ออกแบบ
CDROM ได้ง่ายแต่ความเร็ว ในการเข้าถึงข้อมูลจะไม่คงที่ดังนั้น CDROM ที่ ใช้ระบบนี้จะระบุค่า ความเร็วที่ความเร็วสูงสุดที่ทำได้แทนความเร็ว เฉลี่ยจริงเช่น 50Xmax เป็นต้น ส่วนแบบหลังจะให้ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล แบบคงที่ ตลอดแต่การออกแบบ CDROM ทำได้ยากกว่าทำให้ ไม่เป็นที่นิยมในการออกแบบ และในปัจจุบันนี้บริษัท Kenwood ได้ทำการเสนอเทคโนโลยี TrueX ซึ่งใช้แสง Laser 7 เส้น ในการ อ่านข้อมูลจากแผ่น CDROM ทำให้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลดีขึ้นจน ความเร็วสูงสุดกับความเร็วเฉลี่ยใกล้เคียงกัน และประกอบกับปัจจุบัน DVDROM DRIVE ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากการที่ สามารถเก็บข้อมูลปริมาณมาก ๆ ได้โดยสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า แผ่น CDROM ประมาณ 12 เท่า อีกทั้งราคาที่ถูกลงอย่างมากทำ ให้เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสน ใจ และ CD-RW ซึ่งเป็นเครื่องเขียน CDROM ก็มีราคาที่ถูกลงอย่างมากด้วย คาดว่าอีกไม่นาน DVDROM DRIVE และ CD-RW DRIVE จะเข้ามาแทนที่ ตำแหน่ง CDROM DRIVE เดิม

cdrom
Rom Drive


Hard drive : Hard disk


เป็นอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูล
หรือ Software ที่เราต้องการ เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ Harddrive(Harddisk) ปัจจุบันมี มาตรฐานการเชื่อมต่อหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ คือ ATA(IDE) และ SISC (สกัสซี่) ซึ่งปัจจุบัน SISC อยู่ที่ ความเร็ว 160 MB/Sec ส่วน ATA อยู่ที่ 100 MB/Sec ทั้งสองมาตรฐานต้องต่อกับ อุปกรณ์เฉพาะที่ออกแบบมากับ แต่ละแบบ ไม่สามารถนำมาต่อเข้าด้วย กันได้ ยกเว้นจะมีตัวควบคุม (Controller) แยกต่างหาก

hard disk
Hard disk


Printer


เป็นอุปกรณ์ Output Deviceซึ่งทำหน้าที่พิมพ์เอกสารหรือรูปภาพที่ต้อง
การออกทางเครื่องพิมพ์ ปัจจุบันมี Printer อยู่ 3 ประเภท คือ Dotmatrix Printer ซึ่งเป็นแบบหัวกระแทกผ้าหมึกเกิดเป็นตัวอักษรหรือภาพ เหมาะกับงานพิมพ์เอกสาร Inkjet Printer เป็นแบบพ่นน้ำหมึกลงไปบนกระดาษซึ่งงานพิมพ์ที่ออกมาจะมีความ ละเอียดและสวยงามกว่า Dotmatrix Printer แต่ค่าน้ำหมึกแพงจึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเร็ว และพิมพ์รูปภาพ มากกว่าการพิมพ์เอกสาร Laser Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วสูงที่สุดและมีราคาแพงที่สุดใน 3 ประเภทมีความละเอียดสูงแต่ราคาค่าหมึกแพงเหมาะกับงานทุก ประเภทที่ต้องการความรวดเร็วในการพิมพ์
printer

Printer



Modem


เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณ Analog ไปเป็น
สัญญาณ Digital และ จาก Digital ไปเป็นสัญญาณ Analog ซึ่งใน คอมพิวเตอร์นั้นจะมีลักษณะสัญญาณเป็นแบบ Digital ดังนั้นจึงต้อง ใช้ Modem ในการแปลงสัญญาณเพื่อที่จะสามารถส่งสัญญาณไปบน สายโทรศัพท์ ธรรมดาได้ วัตถุประสงค์ของ Modem คือใช้ในการ เชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะทางไกล ๆ ซึ่งที่พบเห็น การคือการเชื่อมต่อ Internet จากบ้านไปยังผู้ให้บริการ Internet (ISP Internet Service Provider) ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำเทค โนโลยี ADSL ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Digital โดยต้องใช้ กับ DigitalModem หรือ ADSL Modem ซึ่งจะมีความเร็วใน การเชื่อมต่อ ตั้งแต่ 128 Kbit/Sec ขึ้นไป ซึ่ง Modem แบบ Analog ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีความเร็วสูงสุดที่ 56 Kbit/Sec และ Modem ยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบติดตั้งภายใน (Internal Modem) ซึ่งจะเสียบบน ISA Slot หรือ PCI Slot ภายในเครื่อง ราคาถูก อีกแบบ คือแบบติดตั้งภายนอกซึ่งที่พบเห็นบ่อย จะมี 2 แบบ คือต่อผ่าน Serial Port (COM Port) และ แบบต่อ ผ่าน USB Port (Universal Serial Bus) ซึ่งมีราคาที่แพงกว่า แบบติดตั้งภายในแต่สะดวกในการเคลื่อนย้าย และไม่สร้างปัญหาเรื่อง ความร้อนให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
modem
Modem


Network Card


Network Card หรือบางครั้งเรียกว่า LAN Card เป็นการ์ดที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย โดยการนำคอมพิวเตอร์มาต่อเชื่อมกันผ่าน LAN Card ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีอุปกรณ์อื่นเสริม เช่น HUB, Switching, Rounter เป็นต้น ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ความเร็วจะมีตั้งแต่ 10 Mbit/sec จนถึงระดับ Gbit/bit ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และระบบเครือข่ายที่ใช้ว่าเป็นแบบ Bus, Star, Ethernet, Ring, ATM, ISDN เป็นต้น

network card
Network Card


Case


เป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวถึงของเครื่องคอมพิวเตอร์มีผู้ผลิตหลาย
รายได้ทำการผลิตคิดคงรูปร่างของ Case ใหม่ ให้มีสีสันสวยงาม หรือ ออกแบบมาให้เหมาะกับ การใช้งานบางประเภท เช่น Case สำหรับ เครื่อง Server Case ในท้องตลาด ปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Case โลหะ และ Case พลาสติก โดยแบบหลังจะมีราคาที่แพงกว่า เพราะมีป้องกันในส่วนของไฟฟ้ารั่ว และ Case ก็จะออกแบบมา ให้เหมาะสมกับ ชนิดของ Mother Board แต่ละประเภทด้วย เช่น Baby AT, ATX, Flex ATX, Micro ATX เป็นต้น
case
Case


Mouse


Mouse จัดเป็น Input Device ประเภทหนึ่ง

ซึ่งข้อมูลที่ป้อนเข้าไปจะเป็นตำแหน่งและการกด Mouse มีอยู่ด้วยกัน หลายประเภทโดยจะมี 1)Mouse แบบปกติที่พบเห็นทั่วไปอาจจะมี 2 ปุ่ม หรือ 3 ปุ่ม) Mouseแบบไร้สาย (WireLess) ซึ่งจะใช้ สัญญาณวิทยุโดย Mouse เป็นตัวส่งสัญญาณ และมีตัวรับสัญญาน ที่ต่อกับเครื่องคอม) Mouse แสง (Optical Mouse) เป็น Mouse ที่ไม่มีลูกกลิ้งที่ฐาน Mouse โดยใช้การอ่านค่าจากการ สะท้อนของแสงที่สัมผัสกับพื้นผิว Scroll Mouse เป็น Mouse ที่มี Scroll ไว้เพื่อใช้เลื่อน Scroll Bar ในโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ เช่น Internet Explorer นอกจาก Mouse แล้วยังมีอุปกรณ์อีก ประเภทเรียกว่า Track Ball ซึ่งจะมีลักษณะคล้าย Mouse แต่จะมีBall อยู่ด้านบนแทนที่จะอยู่ด้านล่าง และเลื่อน Pointer โดยการ ใช้ นิ้วมือกลิ้งไปบน Ball
mouse
Mouse


Keyboard


เป็นอีกหนึ่ง
Input Device ที่รับข้อมูลเข้าโดยการ ป้อนข้อมูลผ่าน
แป้นพิมพ์ ในอดีตจะมี key อยู่ 101-102 key แต่ปัจจุบันได้มีการเพิ่ม Function เข้าไปเป็นจำนวน มากทำให้มี key เพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก การออกแบบ keyboard ได้มีการพยายามออกแบบให้ใช้งานง่ายตรงกับลักษณะการพิมพ์ของ คนเพื่อทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าเวลาพิมพ์ และยังมีการพัฒนาให้เป็น แบบไร้สายเช่นเดียวกับ Mouse มีการเพิ่ม function Multimedia เข้าไปเช่น เพิ่ม Volume ของเสียง เปิดเพลงเป็นต้น
keyboard
Keyboard


Speaker


ลำโพงนับเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันเทคโนโลยีของลำโพงในปัจจุบันเริ่มมีการสนับสนุนการทำ งานแบบ รอบทิศทาง โดยมีตั้งแต่ลำโพงแบบ 2 ลำโพง, 2 ลำโพง + 1 Subwoofer, 4 ลำโพง, 4 ลำโพง + 1 Subwoofer, 5 ลำโพง และ 6 ลำโพง คือ หน้า(Front)(ซ้าย + ขวา), กลาง(Center), หลัง(Rear)(ซ้าย + ขวา), Subwoofer และบางรุ่นมีตัวถอดรหัส สัญญาณเสียง Digital ด้วย มีช่องต่อ S/P DIF มาด้วย เพื่อรองรับ การ์ดเสียงที่มีช่องต่อ S/P DIF Output เพื่อเพิ่มคุณภาพของเสียง ให้ดียิ่งขี้น

speaker
Speaker


Scaner


Scanner เป็น Input Device ที่รับข้อมูลโดยการ Scan ภาพหรือ เอกสาร ซึ่งปัจจุบันมีการนำFunction ในการส่งเอกสารเพิ่มเข้าไปใน Scanner ซึ่งสามารถส่งภาพที่ Scan โดยกดปุ่มที่ Scanner แทนที่จะต้องไปแนบภาพกับ e-mail แล้วค่อยส่ง คุณสมบัติของ Scanner จะวัดที่ค่า Resolution ว่ามีความละเอียดเท่าไร แสดงได้กี่สี และความเร็วในการ Scan

scaner
Scaner


Cam


เป็น
Input Device ที่รับข้อมูลเป็นภาพเข้าไปผ่านอุปกรณ์ตัวนี้
ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้ในการประชุมผ่าน Internet หรือการพูดคุยผ่าน Internet โดยเห็นน่าผู้สนทนากับเราด้วย ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม แล้วแต่ความจำเป็นของผู้ใช้
cam
Cam



Floppy Drive : Drive A


เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่านและ ขียนแผ่น
Floppy Disk
ซึ่งมีความจุต่าง ๆ กันเช่น 360KB, 720KB, 1.2MB, 1.44MB, 2.88 MB ซึ่งมีขนาด 3.5" และ 5.25" นอกจาก Floppy Driveแล้วยังมี อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชั่วคราวอื่น ๆ เช่น Zip Drive,Jazz Drive, SuperDrive และล้าสุดกับ Trump Drive ซึ่งสามารถนำไปต่อกับ Port USB เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทันที
Drive A
Drive A



Power Supply


Power Supply เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งปัจจุบันมี Power Supply อยู่ 3 แบบ คือ แบบ AT, ATX, และ Power Supply ที่ออกแบบให้ใช้กับ Mother Board สำหรับ Pentium IV แต่ละแบบจะมีกำลังที่ต่างกัน ตั้งแต่ 200 Watt ขึ้นไป ปัจจุบันกำลังไฟที่ใช้จะอยู่ประมาณ 300 Watt
powersupply
Power Supply



CPU Fan


พัดลม
CPU นับเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องเลือกให้ดีเพราะเนื่องจากCPU มีความร้อนสูงการเลือกพัดลมที่ไม่เหมาะกับการ CPU อาจเกิด ความเสียหายต่อ CPU หรือทำให้ระบบคอมฯไม่มีเสถียรภาพ ได้ ปัจจุบัน พัดลม CPU ได้ถูกออกแบบมาเฉพาะกับ CPU แต่ละรุ่น ซึ่งจะมีรูปร่าง และวัสดุที่ใช้ทำต่างกัน มีการนำทองแดงมา ใช้เป็นวัสดุ ในการทำแทน อลูมิเนียม เพื่อช่วยระบายความร้อน ใส่พัดลมที่มีกำลังแรงและมีขนาดใหญ่มีการออกแบบครีบให้มากเพื่อ ช่วยระบายความ ร้อน

CPU fan
Cpu Fan



Joy Pad


จัดเป็นอุปกรณ์
Input Device อีกประเภทหนึ่งทำหน้าที่คล้าย Mouse แต่มีไว้สำหรับเล่นเกมส์ ซึ่งผู้ผลิต Game Pad หรือ Joystick จะทำการออกแบบลักษณะของ Game Pad เพื่อให้ ผู้ใช้รู้สึกสนุกและสมจริงกับการเล่นเกม โดยจะมีปุ่มที่ ต่างกันแล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้เล่น เพราะสามารถกำหนดหน้าที่ให้กับปุ่มแต่ละปุ่มได้

joypad
Joy Pad
ขอขอบคุณข้อมูลจากเวบ http://pirun.ku.ac.th/~b4904281/page2.html